Thursday, February 12, 2015

จุดแข็ง จุดขาย โดนใจ


จะเสนอขายสินค้าซักอย่าง มีรายละเอียดต้องนำเสนอเยอะแยะ ทำอย่างไรจึงจะดึงลูกค้าให้สนใจสินค้าเราได้ตลอดรอดฝั่ง จน รู้สึกอยากซื้อ  ยิ่งเป็นสินค้าที่ออกใหม่ไม่เคยมีในตลาดยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ยากกว่าสินค้าที่มีคนทำขายอยู่ก่อนแล้วด้วยซ้ำ  ลูกค้าอาจสนใจถ้า Feature หรือรูปลักษณ์แปลกจนน่าสงสัยว่าใช้ทำอะไรได้บ้าง  แต่เมื่อได้คำตอบว่าใช้ทำอะไรได้แล้ว  ก็คงหมดความสนใจ  นอกจากลูกค้าที่อยากรู้อยากเห็นมากอีกซักนิดอาจค้นหาต่อว่า มันแตกต่างจากของเดิมๆ ยี่ห้อเดิมๆที่เคยเห็น เคยใช้อยู่  อย่างไร 

ประเด็นนี้เองที่เป็นโอกาสที่ผู้นำเสนอต้องเตรียมตัวให้คำตอบให้ดี  ให้สั้น ให้กระชับ เรียกว่าเป็นจุดขาย และเป็นโอกาสชี้ให้เห็นความต่างของสินค้า ...พูดในหลักการเหมือนง่าย แต่ถ้าต้องทำจริงมันจะง่ายเหมือนที่พูดรึไม่???  คำตอบคือ มันก็ไม่ง่ายนะ แต่..มันก็ไม่ยาก  ถ้ารู้จักเตรียมตัว นี่แหละคือ   Pitching ..การเตรียมนำเสนอในระยะเวลาสั้นๆ  ...เตรียมตัว เตรียมข้อมูลอย่างไร  ...ลูกค้าต้องรับรู้... จุดแข็ง  จุดขาย และต้องโดนใจลูกค้า ในที่สุด

 ... F..A..B  ช่วยได้

      1. F.. Feature  การออกแบบตัวสินค้า รูปลักษณ์ ภายนอก สี ขนาด รูปทรง ...หน้าตาดี ย่อมดึงดูดคน
      2. A.. Advantage  ความโดเด่น ที่เหนือกว่าสินค้าเดิมๆที่มีอยู่ในท้องตลาด สามารถแก้ปัญหาจากการใช้สินค้าเดิมๆได้อย่างไร สามารถสร้างคุณประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการใช้สินค้าเดิมรึไม่...ความสามารถดี ย่อมเป็นที่ต้องการ
      3. B.. Benefit  ประโยชน์ใช้สอย ( Functional Benefit)  รวมทั้งสร้างคุณค่าทางอารมณ์  คุณค่าทางสังคม ให้ผู้ใช้ ( Emotional and Social Benefit) เช่นความภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ  แสดงออกถึงความมีอำนาจ  มีอิสระ  ปลอดภัย  เอกลักษณ์ ความเป็นตัวตน  lifestyle เป็นต้น

โปรดอย่าลืมว่า.... คุณค่าทางอารมณ์ เกิดจาก...ความรู้สึก ความเชื่อ ความชอบ ความอยาก
                        .... คุณค่าทางอารมณ์  จะก่อให้เกิด..ความฝัน และ สร้างจินตนาการ
                        .... เพื่อเกิด แรงจูงใจ และแรงบันดาลใจ     
                        .... แล้วจะเกิด แรงขับในการทำทุกสิ่งของมนุษย์ ถึงแม้จะ ไม่มีเหตุผล ก็ตาม

“....  อะไรก็ตาม ถ้าฝืนสิ่งเหล่านี้ มนุษย์ จะไม่ทำ ....”

Cr. Sara Naowaratt : เรียบเรียงจากการบรรยาย อ.พอพงษ์  เอียดละออง  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

Fanpage :สร้างสังคมผู้ประกอบการ

ใครคือผู้ประกอบการตัวจริง ?


พรรวี และ ขจีวรรณ เป็นวัยรุ่น 2 คน เกิดมีใจตรงกัน อยากใช้เวลาว่างระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยให้เกิดประโยชน์ ตามความถนัดที่ตัวเองมี  พรรวี  ทำข้าวเหนียว-หมูปิ้ง ไปขายที่ตลาดนัด    พรรวี ได้ทำเลดีขายที่ตลาดลำลูกกา  ขจีวรรณ มีใจรักในเสียงเพลง เข้าร่วมชมรมดนตรีของมหาวิทยาลัย เพราะมีโอกาสฝึกซ้อมและได้เรียนการร้องเพลงกับครูดนตรีที่ชมรมจัดหามา  พรรวีขายดิบ ขายดี จนเป็นที่เลื่องลือ ลูกค้าติดใจรสชาติ และความเป็นกันเองของแม่ค้า   ทั้งๆที่ ต้องหยุดขายเป็นบางช่วงเพราะมีสอบกลางภาคบ้าง ปลายภาคบ้าง  ขจีวรรณ  ร่วมรับงานร้องเพลง และ เป็นนักร้องนำวงดนตรีของมหาวิทยาลัย  บางโอกาสรับจ้างเป็น ดีเจเปิดเพลงคาราโอเกะในงานสังสรรค์ต่างๆ เพราะรู้จักเพลงหลากหลายรูปแบบ และเก่งในการเลือกเพลงให้เหมาะกับกลุ่มวัยและความถนัดของลูกค้า นอกจากนี้ยังหมั่น เข้าประกวดแข่งขันร้องเพลงหลายเวทีเท่าที่จะทำได้ 


สองสาวไม่ต้องอาศัยเงินค่าเรียนจากทางบ้านเลย  สามารถจบปริญญาตรีได้อย่างภาคภูมิใจ  ในขณะที่ธุรกิจขายข้าวเหนียวหมูปิ้งของพรรวีก็เติบโต ปริมาณยอดขายเพิ่มขึ้น  พรรวีจ้างแม่บ้านในชุมชนมาเป็นคนเสียบหมูปิ้งเพิ่มขึ้น เพราะขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดคือการเสียบไม้  ลงทุนซื้อเตาไฟฟ้าเพิ่ม จ้างคนปิ้งเพิ่มอีกหนึ่งคน คิดเมนูอาหารใหม่ๆ แต่ยังใช้วัตถุดิบหลักคือ สูตรหมูหมักเป็นตัวยืนแต่เพิ่มประเภทเนื้อสัตว์ที่หมักให้หลากหลายขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาสูตรน้ำจิ้มและผักดองเพิ่มขึ้น   อีกทั้งชวนรำพึงพิศ ซึ่งเป็นรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยมาเป็นผู้ช่วย โดยสอนวิธีการทำ  และวิธีบริหาร จัดการ ธุรกิจเล็กๆนี้ด้วย ส่วนขจีวรรณ  เริ่มได้รับความนิยมมีแฟนเพลงมากมายหลังจากผ่านจากเวที The Voice  Thailand ในรอบก่อนชิงชนะเลิศ


เมื่อจบปริญญาตรี พรรวี  และ  ขจีวรรณ  เดินมาถึงทางแยกที่ต้องตัดสินใจว่าจะจัดการอย่างไรกับอนาคตของตัวเอง พรรวีจะยังคงรักษาธุรกิจของตัวเองต่อไปรึไม่  ส่วนขจีวรรณ จะเข้าสู่วงการธุรกิจบันเทิงต่อไปอย่างไร


ขจีวรรณ ทำตามอุดมการณ์ความหวังของพ่อแม่ และเป็นความตั้งใจขณะเรียนปริญญาตรีคือ จะกลับไปช่วยธุรกิจครอบครัว ที่จังหวัดสระบุรี     แต่ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาความรักในเสียงเพลงโดยการลงทุนเปิดผับเล็กๆในบ้านเกิด ส่วนพรรวียอมรับว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรียนไปด้วยขายหมูปิ้งไปด้วยนั้น เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกและท้าทายได้ทำในสิ่งที่อยากทำ มีเงินสดผ่านมือทุกวัน สามารถบริหารจัดการธุรกิจเล็กๆนี้ รวมทั้งบริหารการเงินได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังมองเห็นโอกาส และวาดฝันการเติบโตในโลกธุรกิจต่อไป จึงลงแรงลงทุนและลงเวลากับธุรกิจอย่างเต็มที่ เปลี่ยนกลุ่มลูกค้าจากการขายอาหารสดมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ผ่านการถนอมอาหารโดยอาศัยเทคโนโลยีการผลิต บริหารจัดการตามหลักสุขอนามัย ตั้งแบรนด์ ติดโลโก้ ที่เป็นของตัวเอง ใฝ่หาเวทีประกวดเพื่อเดินตามเป้าหมายการเติบโตโดยอาศัยการ เทียบเคียง เกณฑ์ กติกา สู๋ความเป็นเลิศและสร้างการยอมรับจากลูกค้า


ทั้งๆที่มีเส้นทางเดินที่แตกต่างกัน  สองสาว ไม่ได้มีเพียงจุดเริ่มต้นที่เหมือนกันเพียงอย่างเดียว  แต่สิ่งสำคัญที่ทั้งสองคน   .”.มี “  และ สั่งสมได้ตลอดชีวิตคือ จิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการ” ..คือการทุ่มเทพลัง สติปัญญา ทำในสิ่งที่อยากทำจนสำเร็จ เป็นที่ยอมรับในสังคม 


...Passion..Power..Perfection...