Wednesday, April 22, 2015

Blue Ocean กับธุรกิจ SMEs.... ในยุค Digital Economy ตอนที่ 2

Blue Ocean กับธุรกิจ SMEs.... ในยุค Digital Economy ตอนที่ 2



การพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ท้องตลาด หรือเรียนกว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product) สามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อด้วยกัน คือ - สินค้าที่เป็นนวัตกรรมหรือสินค้าใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยในท้องตลาด - สินค้าที่พัฒนาให้ดีขึ้นจากสินค้าเดิมที่มีอยู่อาจเปลี่ยนแปลงรสชาติ สี กลิ่นของตัวสินค้า หรือบรรจุภัณฑ์เพื่อให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้น - สินค้าลอกเลียนแบบ เห็นกระแสตลาดตอนนี้ว่าทำแล้วจะขายได้ก็ทำให้เหมือนตามท้องตลาด ซึ่งข้อสุดท้ายนี้จะเป็นการสร้างสินค้าใหม่ที่ไม่ยั่งยืน และเหน็ดเหนื่อยต่อการทำการตลาดเป็นอย่างมาก
โดยการพัฒนาสินค้าใหม่นั้น ต้องผ่านกระบวนการพัฒนา 8 ประการด้วยกัน จึงจะเป็นบทพิสูจน์ขั้นต้นว่าสินค้านั้นๆ จะขายได้จริง ซึ่งประกอบด้วย 1. แนวความคิดใหม่ในการสร้างสินค้า อาจรวบรวมจากประสบการณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการ เช่น ผู้บริหาร พนักงานฝ่ายการตลาด การผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายวิจัยและพัฒนา หรืออาจหาข้อมูลที่มีผู้ทำไว้แล้ว เช่นในอินเตอร์เน็ต หรือซื้อผลงานวิจัยหรือข้อมูลที่มีอยู่แล้วก็ได้ 2. การประเมินความเป็นไปได้และเลือกแนวที่เห็นว่าดีและเป็นไปได้ที่สุดจากปัจจัยต่างๆ 3. การทดสอบแนวคิดกับกลุ่มเป้าหมายถึงความรู้สึกและการยอมรับเสียก่อนเพื่อการพัฒนาให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริง 4. การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดคือการใช้เครื่องมือทางการตลาดต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ 5 forces การเลือกตลาดเป้าหมาย ส่วนแบ่งและการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของเราเทียบกับคู่แข่ง เพื่อการวางกลยุทธ์ของ 4 P’s ด้านราคา ด้านสินค้า ด้านทำเลที่ตั้งและด้านโปรโมชั่นที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี หรือจะเสริม P อื่นๆเข้าไปอีกก็แล้วแต่หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการที่ 5. การวิเคราะห์สภาพทางธุรกิจ คือการลองประมาณการสถานการณ์ยอดขาย รายได้ รายรับ ต้นทุน กำไรต่างๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ 6. การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแนวคิดให้เป็นสินค้าตัวอย่าง (Prototype) 7. ทดสอบตลาดกลับลูกค้าเป้าหมายและปรับปรุงจนมั่นใจว่าขายได้ และสุดท้าย 8. การดำเนินธุรกิจ นั่นก็คือการกระจายสินค้าของเราออกสู่ท้องตลาดตามที่วางแผนไว้และคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
กระบวนการทั้ง 8 ข้อนี้น่าจะเพียงพอต่อการคิดที่จะเปิดตลาดสินค้าใหม่ในเบื้องต้น แต่การที่จะผลิตสินค้าอะไรก็แล้วแต่ ต้องนึกถึงลูกค้าเป็นสำคัญ เพราะถ้าผู้ผลิตคิดแต่สินค้าที่ตนเองชอบ แต่ลูกค้าไม่ซื้อ ก็ป่วยการนะครับ !!! ตอนต่อไปพบกับการวิเคราะห์ลูกค้า เพื่อค้นหาทะเลสีครามที่มีอยู่จริง !!!
Wr. Chumnew Chillout

Saturday, April 18, 2015

ลูกค้า คือ พระเจ้า จริงรึ ???

ลูกค้า คือ พระเจ้า จริงรึ ??? 



เท่าที่เคยได้ยินมา พระเจ้า คือ ผู้ให้ ผู้อภัย ผู้ไถ่บาป ...
เราเคยเจอลูกค้าที่เป็น ผู้ให้ ผู้อภัย ผู้ไถ่บาป กันบ้างรึไม่
ลองนึกถึงตัวเราเอง ในบทบาทของผู้ซื้อ ก่อนจะควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้าซักชิ้น พินิจ พิจารณา ทั้งติ ทั้งชม แต่มักจะติ มากกว่า เพราะไม่อยากให้คนขายรู้สึกเป็นต่อ ขายได้ง่ายเกินไป ก็ดูจะไม่ต้องออกแรงทำงานกันคนซื้อก้อมักจะได้ที ได้โอกาสเล่นตัว ตินั่น ตินี่ ติโน่น รอจังหวะขอต่อราคานั่นเอง คนขายที่ทำการบ้านงานขายมาอย่างดีนั้น ในสมองเตรียมคำชี้แจงเพื่อตอบโต้พลิกสถานการณ์ให้ราคากลับไปอยู่ที่เดิมให้ได้
นักขาย ไม่ใช่คนพูดเก่ง พูดน้ำไหลไฟดับ จนลูกค้า งง สับสน กับสรรพคุณของสินค้า หลอกล่อ จนลูกค้าซื้อแบบ งงๆ แต่นักขายที่ดีต้องเป็นคนฟังให้ได้ใจความ เพื่อการวิเคราะห์ความต้องการ และความจำเป็นของลูกค้า เราจะได้รู้จักลูกค้าของเราได้ดีขึ้น และเพื่อสนองตอบให้ได้ตรงความต้องการของลูกค้า
ฟัง ในศัพท์ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “ Listen ”..
ฟัง ”...ไม่ใช่แค่ได้ยิน 
ถ้าฟังแล้วเก็บประเด็นได้ครบ 10 จึงจะเรียกว่า ฟัง .. 
เพราะ คำมันก็บอกชัดเจนว่า
List …ten !.!.!

Cr: Sara Naowaratt
เรียบเรียงจากการบรรยาย # ผศ.ดร.ระพีพร ศรีจำปา หลักสูตร # Happy Sellingplace # สังคมการประกอบการ

Team Work นั้นสำคัญไฉน

Team Work นั้นสำคัญไฉน 


ในปัจจุบันการทำงานเพื่อให้ได้ผลสัมฤทธิ์มีมากมายหลายวิธี แต่วิธีหนึ่งที่หลาย ๆ คนรู้จักและนำไปใช้มากที่สุดวิธีหนึ่งคือ รูปแบบการทำงานเป็นทีม หรือ Team work ซึ่งจะเป็นการทำงานแบบไหนนั้น ทำไมในหลาย ๆ องค์กรจึงเลือกไปใช้ในองค์กรของตนเอง เมื่อกล่าวถึงรูปแบบการทำงานที่คนส่วนใหญ่ยอมรับกันว่าสามารถสร้างประโยชน์อย่างมากมายให้กับองค์กร แน่นอนว่าต้องไม่ใช่วิธีการที่ต่างคนต่างมุ่งแต่จะทำงานของตนให้เสร็จโดยไม่สนใจผู้อื่น ซึ่งอาจจะส่งผลทางลบมากกว่าทางบวก ซึ่งส่วนทางกับการทำงานเป็นทีมซึ่งมีลักษณะตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง การทำงานเป็นทีม ควรจะต้องเริ่มจากการสร้างทีมงานที่มีส่วนผสมที่เหมาะสม ผสมผสานกัน ซึ่งประกอบด้วย นักคิด นักจัดองค์กร นักปฏิบัติการ และอื่น ๆ ที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนที่เก่งไปทุกด้าน ซึ่งการทำงานเป็นทีม ควรเริ่มจาก Take care โดยสมาชิกในทีมจะต้องมีความห่วงใยซึ่งกันและกัน Enjoy มีความสุขในงานที่ทำร่วมกัน รวมถึง Abide เคารพ กฎกติกา มารยาทต่อกันตามที่ได้ตกลงกันไว้ และเมื่อเกิดปัญหาจะต้อง Meeting หันหน้าเข้าหากันเมื่อเกิดปัญหากัน ความถนัดที่แตกต่างกันและมาทำงานร่วมกันจะเป็นส่วนสำคัญที่จะเป็นแรงผลักดันในการแก้ปัญหาในการทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ Willingness เกิดความพึงพอใจกันร่วมกัน รวมถึงการสร้าง Opportunity โอกาสการทำงานร่วมกัน ซึ่งไม่ว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ หรือ เล็ก ก็จะเป็นเวทีในการทำงานร่วมกัน ซึ่งก่อนที่จะเริ่มคิด ปรึกษา หารือ ร่วมกัน จำเป็นที่จะต้องเกิดการ Recognition ยอมรับซึ่งกันและกัน หรือการเปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกันก่อน แล้วต่อด้วยการแนะนำแนวทางในการแก้ปัญหาจากแต่ละคน ซึ่งมีพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกัน ทำให้เป็นโอกาสหรือเวทีแห่งการ Knowledge Transfer ถ่ายโยงความรู้ซึ่งกันและกัน เป็นการส่งเสริมให้สมาชิกที่มี ความรู้ ความสามารถ ทัศนะคติ อุปนิสัย ที่แตกต่างกันสามารถที่ทำงานร่วมได้ ทำให้เกิดประสบผลสัมฤทธิ์ร่วมกันส่งผลให้องค์กรได้มีทีมงานที่มีประสิทธิภาพที่สามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายหรือ KPI ที่กำหนดไว้ได้ตามที่ตั้งใจ และยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมาชิกใน Team ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน ร่วมถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนะคติของสมาชิกให้มองผลประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนผลประโยชน์ส่วนตัว กล่าวก็คือ Team work สามารถสร้างและพัฒนาทั้งองค์กร และบุคลากรในองค์กรให้เป็นคนดี และคนเก่งได้ในเวลาเดียวกัน ดังคำกล่าวที่ว่า อุปสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ ก็พ่ายแพ้ หัวใจ ที่รวมเป็น หนึ่งเดียว
Cr. http://www.local.moi.go.th/team.html การทำงานเป็นทีม
http://www.bablog.mju.ac.th/TEAMWORK.pdf/ 
TEAMWORK
สูตรแห่งความสาเร็จของทีมขาย
Wr.
นายณัฐพล ชุณหกาญจน์


Monday, April 13, 2015

Blue Ocean กับธุรกิจ SMEs.... ในยุค Digital Economy ตอนที่ 1 # facebook : สร้างสังคม ผู้ประกอบการ

Blue Ocean กับธุรกิจ SMEs.... ในยุค Digital Economy ตอนที่ 1



การดำเนินธุรกิจในยุค Digital Economy ของธุรกิจของขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises; SMEs) นั้น จะต้องปรับตัวให้เท่าทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ด้วยการสร้างกลยุทธ์และวิธีการที่แตกต่างจากเดิม ด้วยการนำกลยุทธ์ Blue Ocean ที่เน้นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันแต่จะพยายามสร้างตลาดหรือสินค้าใหม่ๆ นั่นก็คืออุตสาหกรรมหรือธุรกิจทั้งหมดที่ยังไม่มีในทุกวันนี้ คือพื้นที่ว่างในการตลาดที่ยังไม่รู้จัก (unknown market space) เพื่อจะเจาะตลาดกับลูกค้าใหม่ มุมมองเดิมๆของทะเลสีครามที่ทุกคนรู้จักกันดี แต่ทะเลแห่งใหม่ได้เกิดขึ้นในยุคปัจจุบันและเป็นโอกาสในอนาคต คือการทำธุรกิจผ่านเครื่องมือ Social Media Marketing (SMM) หรือ การทำการตลาดบนสังคมออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจของเราสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย รวดเร็วทันใจ และช่วยในการประชาสัมพันธ์ทางการตลาด เพื่อให้เกิดการบอกต่อในคนหมู่มากได้อย่างง่ายขึ้น รวมทั้งยังช่วยกระตุ้นในการสั่งสินค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย จะเห็นได้ว่า SMEs จะต้องสร้างจุดขายสินค้าให้มีความแตกต่างจากคู่แข่งผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อจะได้สามารถอยู่รอดท่ามกลางธุรกิจที่มีการแข่งขันที่สูงในสถานการณ์ปัจจุบัน

ถ้าไม่อยากเหนื่อยกับการวิ่งไล่หรือแย่งชิงส่วนแบ่งจากเจ้าตลาด หาทางช่องทางและสินค้าใหม่ซะในวันนี้ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดในอนาคต เหมือนกับสุภาษิตไทยที่ว่า มาก่อน ย่อมได้ก่อนแต่การที่จะเพิ่มช่องทางหรือลูกค้าใหม่ๆ จะยากง่าย และมีหลักการเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ